วินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาง ป. โจทก์
ที่ ๓๑๘/๒๕๖๗ บริษัท ด. ที่ ๑ กับพวก จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ ๑๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี โดยจำเลยที่ ๑ จดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกัน และมีจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้บางส่วนและผิดนัด ต่อมาจึงทำบันทึกโอนทรัพย์จำนองให้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้บางส่วนแล้วยอมรับว่ามีหนี้ค้างชำระ ๙,๘๙๐,๗๑๘ บาท หลังจากนั้นจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ให้แก่โจทก์เพียงบางส่วนแล้วไม่ชำระหนี้อีก โจทก์ทวงถามและบอกเลิกสัญญาแล้ว แต่จำเลยทั้งสี่เพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสี่ให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
ระหว่างทำคำวินิจฉัย ศาลแพ่งตลิ่งชันมีหนังสือแจ้งว่า จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอถอนคำขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ โจทก์แถลงไม่ค้าน
พิเคราะห์แล้ว เมื่อจำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอถอนคำขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่แล้ว กรณีจึงไม่มีปัญหาที่ประธานศาลอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๘ อีกต่อไป ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์