คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นายหรือจ่าเอก ส. โจทก์
ที่ ๓๑๙/๒๕๖๗ ธนาคาร ก. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการให้เช่าซื้อรถยนต์ โจทก์ไม่ได้ทำสัญญาเช่าซื้อกับจำเลย แต่จำเลยยื่นฟ้องโจทก์ในฐานะผู้เช่าซื้อต่อศาลจังหวัดศรีสะเกษ โดยลายมือชื่อผู้เช่าซื้อในสัญญาเช่าซื้อเป็นลายมือชื่อปลอม โจทก์ไม่ได้รับรถยนต์ตามสัญญาเช่าซื้อจากจำเลย ต่อมาศาลจังหวัดศรีสะเกษพิจารณาแล้วมีคำพิพากษายกฟ้อง กระทำของจำเลยเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า จำเลยยื่นฟ้องโจทก์ต่อศาลจังหวัดศรีสะเกษในข้อหาผิดสัญญาเช่าซื้อทั้งที่โจทก์ไม่ได้ทำสัญญาเช่าซื้อกับจำเลยอันเป็นมูลละเมิดโดยแท้ โจทก์และจำเลยจึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคต่อกัน ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหาย จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์