ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์          บริษัทฟ. จำกัด                                โจทก์

ที่  ๒๕๕/๒๕๖๘                                บริษัทอ. จำกัด กับพวกรวม ๓ คน       จำเลย                                   

                   โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่าทรัพย์สิน จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าทรัพย์สินหลายรายการแบบลสซิ่ง โดยให้สิทธิเลือกซื้อทรัพย์สินเมื่อครบกำหนดจากโจทก์เพื่อนำไปใช้ในกิจการของจำเลยที่ ๑ มีจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญา จำเลยที่ ๑ ไม่สามารถชำระค่าเช่าได้จึงทำบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาเช่าเปลี่ยนแปลงแก้ไขค่าเช่าและระยะเวลาการเช่าแต่จำเลยที่ ๑ ผิดนัดชำระหนี้ โจทก์ทวงถามและบอกเลิกสัญญาแล้วแต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าคืน หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน กับให้ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                  จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบกิจการให้เช่าทรัพย์สินและให้จำเลยที่ ๑ เช่าทรัพย์สินหลายรายการโดยเรียกค่าเช่าเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ ประกอบพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและการขายหมายความรวมถึงการเช่าและการให้เช่าด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้เช่านั้นเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าทรัพย์สินจากโจทก์เพื่อนำไปใช้ในกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลสัญญาเช่า โดยให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ในฐานะผู้ค้ำประกันร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)

วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค

 

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา

ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์