ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์              นางสาว ณ                                             โจทก์

ที่  ๒๘๙/๒๕๖๗                                          บริษัท ค จำกัด ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน          จำเลย

                โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจนำเที่ยว มีจำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนประสานงานและรับเงินค่าบริการ โจทก์ซื้อบริการนำเที่ยวสาธารณรัฐสิงคโปร์กับจำเลยทั้งสองเพื่อเดินทางท่องเที่ยวกับคู่รักของโจทก์ซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้อยู่และทำงานในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราว (วีซ่าทำงาน) แต่จำเลยทั้งสองกลับไม่แจ้งให้โจทก์ทราบว่าคู่รักของโจทก์จะต้องขออนุญาตเดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรไทย (Re – Entry Permit) ก่อน มิฉะนั้นอาจถูกส่งกลับประเทศ เมื่อถึงกำหนดเดินทางกลับคู่รักของโจทก์ซึ่งเป็นชาวต่างชาติเสียสิทธิการได้รับอนุญาตให้อยู่และทำงานในราชอาณาจักรไทย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต้องเสียค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างบริษัทเอกชนแก้ไขวีซ่าทำงานดังกล่าว ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจนำเที่ยว มีจำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนประสานงานและรับเงินค่าบริการ จำเลยทั้งสองให้บริการนำเที่ยวต่างประเทศแก่โจทก์โดยเรียกค่าบริการเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยทั้งสองจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ ประกอบพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โดยมีโจทก์เป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ส่วนปัญหาว่าจำเลยทั้งสองต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณา เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายในมูลละเมิดอันเนื่องมาจากการให้บริการ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                   วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

 

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์