คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาง ส. โจทก์
ที่ ๒๙/๒๕๖๗ นางสาว ก. กับพวก จำเลย
โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดประกอบกิจการประกันภัยและเป็นผู้รับประกันภัยภาคบังคับรถจักรยานยนต์คันหมายเลขทะเบียน XXX จากนางสาว ส. (ผู้ตาย) ระหว่างระยะเวลาคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน XXX ไปตามทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข XX ด้วยความประมาทเลินเล่อ ไม่ลดความเร็วเมื่อเข้าสู่ทางแยกและไม่หยุดรถตรงบริเวณเส้นทึบเพื่อให้รถที่แล่นมาจากทางเอกผ่านไปเสียก่อน เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ของนางสาว ส. ซึ่งนางสาว ส. ขับไปในทางเอก มีโจทก์ที่ ๒ นั่งโดยสารซ้อนท้ายไปด้วย เป็นเหตุให้นางสาว ส. ถึงแก่ความตาย โจทก์ที่ ๒ ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กายและจิตใจ และรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหาย โจทก์ทั้งสองเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง
จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ ประกอบกิจการประกันภัยและรับประกันภัยรถจักรยานยนต์จากนางสาว ส. โดยเรียกค่าเบี้ยประกันภัยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๒ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ
ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓
โดยมีนางสาว ส. ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค โจทก์ที่ ๑ เป็นทายาทโดยธรรมจึงสืบสิทธิและอยู่ในฐานะผู้บริโภคเช่นเดียวกัน ส่วนโจทก์ที่ ๒ เป็นผู้โดยสาร แม้มิได้เป็นผู้ชำระค่าเบี้ยประกันแต่ได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ก็ถือว่าโจทก์ที่ ๒ อยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวด้วยเช่นกัน เมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๒ ชำระค่าเสียหายในมูลสัญญาประกันภัย จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๑ ผู้กระทำละเมิดซึ่งโจทก์ทั้งสองฟ้องให้รับผิดรวมกันมาในคดีนี้ ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์