ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                  นายซ.                                                   โจทก์

ที่  ๒๙๔/๒๕๖๘                                        บริษัทด. จำกัด กับพวกรวม ๒ คน       จำเลย

                   โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองและบริษัทบ.จำกัด ต่างเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ร่วมกัน เดิมโจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดในโครงการด. กับบริษัทบ. จำกัด จำนวน ๑ ห้อง ต่อมาบริษัทบ. จำกัด ก่อสร้างอาคารชุดไม่แล้วเสร็จและโอนสิทธิในทรัพย์สินและกิจการของบริษัทรวมทั้งสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดของโจทก์ให้แก่จำเลยทั้งสอง ภายหลังจำเลยทั้งสองก่อสร้างอาคารชุดแล้วเสร็จแต่ไม่โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่โจทก์ตามสัญญา โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภคขอให้ยกฟ้อง

                   ศาลชั้นต้นส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า บริษัทบ. จำกัด ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน บริษัทดังกล่าวจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตาพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ จำเลยทั้งสองประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเป็นผู้รับโอนกิจการรวมถึงสิทธิเรียกร้องตามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดดังกล่าว จำเลยทั้งสองจึงเป็นผู้สืบสิทธิและอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจเช่นเดียวกัน ส่วนโจทก์เป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดเพียง ๑ ห้อง และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าโจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่าห้องชุด โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้ในมูลสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา

ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์