คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นายก. กับพวกรวม ๑๖ คน โจทก์
ที่ ๒๙๒/๒๕๖๘ บริษัทอ. จำกัด กับพวกรวม ๔ คน จำเลย
นายว. จำเลยร่วม
โจทก์ทั้งสิบหกฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดประกอบกิจการโรงแรม มีจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยทั้งสี่ร่วมกันก่อสร้างโรงแรมอ.โจทก์ทั้งสิบหกต่างทำสัญญาซื้อสิทธิการเช่าห้องชุดในโรงแรมดังกล่าวกับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ คนละ ๑ ห้อง มีข้อตกลงว่าจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จะชำระผลตอบแทนและรับซื้อสิทธิการเช่าห้องชุดคืนจากโจทก์ทั้งสิบหกตามเงื่อนไขและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญา โจทก์ทั้งสิบหกชำระค่าเช่าห้องชุดตามสัญญาแล้วแต่จำเลยทั้งสี่ก่อสร้างโรงแรมไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดและไม่รับซื้อสิทธิการเช่าห้องชุดคืนตามสัญญา ทำให้โจทก์ทั้งสิบหกได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่คืนเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสิบหกและรับโอนสิทธิการเช่าห้องชุดคืน
จำเลยทั้งสี่ให้การต่อสู้คดีหลายประการและจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ยื่นคำร้องขอให้หมายเรียกนายว. เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาต
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ประกอบกิจการโรงแรมและทำสัญญาซื้อสิทธิการเช่าห้องชุดในโรงแรมกับโจทก์ทั้งสิบหกตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ทั้งสิบหกเป็นบุคคลธรรมดาต่างทำสัญญาซื้อสิทธิการเช่าห้องชุดกับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ คนละ ๑ ห้อง และไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสิบหกแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากห้องชุดอีกต่อหนึ่ง โจทก์ทั้งสิบหกจึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งสิบหกฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ชำระหนี้ในมูลสัญญาซื้อสิทธิการเช่าห้องชุด จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ส่วนจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ซึ่งโจทก์ทั้งสิบหกฟ้องให้ร่วมรับผิดในคดีนี้นั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓) สำหรับจำเลยร่วมซึ่งศาลแพ่งหมายเรียกเข้ามาในคดีภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้นั้นถือเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๒๑
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์