คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นิติบุคคลอาคารชุด ว. โจทก์
ที่ ๓๐/๒๕๖๗ นาย ภ. จำเลย
โจทก์เป็นนิติบุคคลอาคารชุด ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ โจทก์จึงมีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางให้อยู่ในสภาพที่เจ้าของร่วมในอาคารชุดดังกล่าวจะใช้ประโยชน์ได้ดีตลอดเวลา ซึ่งมีลักษณะเป็นการรับจัดทำการงานให้แก่เจ้าของร่วมในอาคารชุด เมื่อมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากเจ้าของร่วมเป็นค่าตอบแทน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของห้องชุดและเป็นสมาชิกของโจทก์นั้นแม้เป็นบุคคลธรรมดา แต่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท ส. ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการอาคารชุดตามฟ้อง พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่าจำเลยแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลาง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุด ว. จำเลยเป็นเจ้าของห้องชุดในอาคารชุดโจทก์ ๒ ห้อง จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องชำระค่าใช้จ่ายค่าส่วนกลางตามข้อบังคับของโจทก์ แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าส่วนกลางพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลอาคารชุด ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ โจทก์จึงมีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางให้อยู่ในสภาพที่เจ้าของร่วมในอาคารชุดดังกล่าวจะใช้ประโยชน์ได้ดีตลอดเวลา ซึ่งมีลักษณะเป็นการรับจัดทำการงานให้แก่เจ้าของร่วมในอาคารชุด เมื่อมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากเจ้าของร่วมเป็นค่าตอบแทน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของห้องชุดและเป็นสมาชิกของโจทก์นั้นแม้เป็นบุคคลธรรมดา แต่ได้ความจากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีว่าจำเลยเป็นกรรมการของบริษัท ส. จำกัด เมื่อจำเลยอ้างในคำร้องขอให้วินิจฉัยว่าจำเลยเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และบริษัท ส. จำกัด เป็นผู้พัฒนาโครงการอาคารชุด ว. ตามฟ้อง จำเลยถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดเพื่อการลงทุน ให้เช่า หรือแสวงหากำไร พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่าจำเลยแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลาง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
วินิจฉัย ณ วันที่ ๔ เดือน มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
สุวิชา นาควัชระ
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์