คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ม. โจทก์
ที่ ๔๗/๒๕๖๗ นิติบุคคลอาคารชุด อ. จำเลย
โจทก์ประกอบกิจการบริหารจัดการอาคารชุดและรับจ้างจำเลยบริหารจัดการอาคารชุดโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยเป็นนิติบุคคลอาคารชุด มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลาง และจำเลยอาจใช้สิทธิของเจ้าของร่วมครอบไปถึงทรัพย์ส่วนกลางทั้งหมดในการต่อสู้บุคคลภายนอก หรือเรียกร้องเอาทรัพย์สินคืนเพื่อประโยชน์เจ้าของร่วมทั้งหมดได้ ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๓ วรรคสอง และมาตรา ๓๙ ดังนี้ การงานที่โจทก์อ้างว่าจำเลยจ้างจึงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของจำเลยและเป็นการกระทำเพื่อเจ้าของร่วม จำเลยย่อมอยู่ในฐานะกระทำการแทนและเพื่อประโยชน์แก่เจ้าของร่วมซึ่งเป็นผู้รับบริการ ถือได้ว่าจำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลสัญญาจ้าง จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นวิศวกรและรับจ้างบริหารจัดการอาคารชุด จำเลยว่าจ้างโจทก์บริหารจัดการพื้นที่ส่วนกลางอาคารชุดของจำเลย ตกลงชำระค่าจ้างเป็นรายเดือน ต่อมาจำเลยผิดนัดชำระค่าจ้าง โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบกิจการบริหารจัดการอาคารชุดและรับจ้างจำเลยบริหารจัดการอาคารชุดโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยเป็นนิติบุคคลอาคารชุด มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลาง และจำเลยอาจใช้สิทธิของเจ้าของร่วมครอบไปถึงทรัพย์ส่วนกลางทั้งหมดในการต่อสู้บุคคลภายนอก หรือเรียกร้องเอาทรัพย์สินคืนเพื่อประโยชน์เจ้าของร่วมทั้งหมดได้ ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๓ วรรคสอง และมาตรา ๓๙ ดังนี้ การงานที่โจทก์อ้างว่าจำเลยจ้างจึงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของจำเลยและเป็นการกระทำเพื่อเจ้าของร่วม จำเลยย่อมอยู่ในฐานะกระทำการแทนและเพื่อประโยชน์แก่เจ้าของร่วมซึ่งเป็นผู้รับบริการ ถือได้ว่าจำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลสัญญาจ้างตามฟ้อง จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
วินิจฉัย ณ วันที่ ๔ เดือน มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
สุวิชา นาควัชระ
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์