คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ บริษัท ร. จำกัด โจทก์
ที่ ๗๖๖/๒๕๖๗ นิติบุคคลอาคารชุด ส. จำเลย
โจทก์ประกอบกิจการให้บริการรักษาความปลอดภัยและรับจ้างจำเลยรักษาความปลอดภัยทรัพย์สินส่วนกลางของอาคารชุด ซึ่งเป็นการรับจัดทำการงานโดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินตามทางการค้าปกติของตน โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับจ้างจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยเป็นนิติบุคคลอาคารชุดมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลาง และจำเลยอาจใช้สิทธิของเจ้าของร่วมครอบไปถึงทรัพย์ส่วนกลางทั้งหมดในการต่อสู้บุคคลภายนอก หรือเรียกร้องเอาทรัพย์สินคืน เพื่อประโยชน์ของเจ้าของร่วมทั้งหมดได้ ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๓ วรรคสอง และมาตรา ๓๙ ดังนี้ การงานที่โจทก์อ้างว่าจำเลยจ้างจึงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของจำเลยและเป็นการกระทำเพื่อเจ้าของร่วม จำเลยย่อมอยู่ในฐานะกระทำการแทนและเพื่อประโยชน์แก่เจ้าของร่วมซึ่งเป็นผู้รับบริการ ถือได้ว่าจำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค เมื่อโจทก์ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลสัญญาจ้างตามฟ้อง จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคพ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการให้บริการรักษาความปลอดภัย จำเลยว่าจ้างโจทก์ให้บริการรักษาความปลอดภัยทรัพย์สินส่วนกลางของอาคารชุดจำเลย โจทก์ทำงาน
ที่รับจ้างให้แก่จำเลยแล้ว แต่จำเลยบอกเลิกการจ้างและผิดนัดชำระค่าจ้าง โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าจ้างและค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการให้บริการรักษาความปลอดภัยและรับจ้างจำเลยรักษาความปลอดภัยทรัพย์สินส่วนกลางของอาคารชุด ซึ่งเป็นการรับจัดทำการงานโดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินตามทางการค้าปกติของตน โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับจ้างจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยเป็นนิติบุคคลอาคารชุด มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลาง และจำเลยอาจใช้สิทธิของเจ้าของร่วมครอบไปถึงทรัพย์ส่วนกลางทั้งหมดในการต่อสู้บุคคลภายนอก หรือเรียกร้องเอาทรัพย์สินคืนเพื่อประโยชน์ของเจ้าของร่วมทั้งหมดได้ ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๓ วรรคสอง และมาตรา ๓๙ ดังนี้ การงานที่โจทก์อ้างว่าจำเลยจ้างจึงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของจำเลยและเป็นการกระทำเพื่อเจ้าของร่วม จำเลยย่อมอยู่ในฐานะกระทำการแทนและเพื่อประโยชน์แก่เจ้าของร่วมซึ่งเป็นผู้รับบริการ ถือได้ว่าจำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลสัญญาจ้างตามฟ้อง จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
วินิจฉัย ณ วันที่ ๒๑ เดือน สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
สุวิชา นาควัชระ
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์