คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาวอ. ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของนางสาวอ. โจทก์
ที่ ๓๐๓/๒๕๖๘ นายภ. กับพวกรวม ๓ คน จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า นางสาวอ. เป็นผู้เยาว์และเป็นบุตรบุญธรรมโจทก์ จำเลยที่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทรัฐวิสาหกิจประกอบกิจการขนส่ง ใช้ชื่อว่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพจำเลยที่ ๓ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด ประกอบกิจการประกันภัย ใช้ชื่อว่าบริษัทม. จำกัด (มหาชน) และรับประกันภัยรถโดยสารประจำทางสาย XX หมายเลขทะเบียน XX - XXXX กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๒ ขับรถโดยสารประจำทางดังกล่าว โดยมีนางสาวอ. เป็นผู้ใช้บริการโดยสาร เมื่อถึงที่เกิดเหตุบริเวณป้ายหยุดรถโดยสารประจำทางหน้าพาณิชยการพระนคร ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของจำเลยที่ ๑ขณะนางสาวอ. เดินลงบันไดเพื่อลงจากรถโดยสาร จำเลยที่ ๑ กดปุ่มปิดประตูรถโดยสารและขับออกไปทันทีโดยไม่ดูให้ดีว่านางสาวอ. และผู้โดยสารอื่นลงจากรถโดยสารเรียบร้อยแล้วหรือไม่ ทำให้ประตูรถโดยสารหนีบขาซ้ายของนางสาวอ. จนเสียหลักล้มลงบนพื้นถนนแล้วถูกล้อรถโดยสารดังกล่าวทับขาขวาจนได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ทำให้นางสาวอ. และโจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยที่ ๑ ให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๓ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทรัฐวิสาหกิจประกอบกิจการขนส่ง และให้บริการรถโดยสารประจำทางโดยเรียกค่าบริการเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๒ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนนางสาวอ. เป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว โจทก์ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของนางสาวอ. จึงสืบสิทธิและอยู่ในฐานะผู้บริโภคเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องเรียกให้จำเลยที่ ๒ ชำระค่าเสียหายจากมูลละเมิดอันเนื่องมาจากการใช้บริการรถโดยสาร จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ส่วนจำเลยที่ ๑ ผู้กระทำละเมิด และจำเลยที่ ๓ ผู้รับประกันภัยรถโดยสารดังกล่าวซึ่งโจทก์ฟ้องให้ร่วมรับผิดมาด้วยนั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์