ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์        
นาย ฉ                                                                       โจทก์

ที่ ๖๑๘/๒๕๖๘                                นาย อ                                                                                     จำเลย

                 โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์ ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี โดยจำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดิน ๒ แปลง เป็นประกันการชำระหนี้และให้ถือสัญญาจำนองเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงิน ภายหลังทำสัญญาจำเลยผิดนัดชำระหนี้ โจทก์ทวงถามและ บอกกล่าวบังคับจำนองแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์และบังคับจำนอง

                    จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงิน คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่าง    ผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่

ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงิน แม้มีการเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน         แต่จากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีศาลจังหวัดปทุมธานีไม่ปรากฏว่า โจทก์เคยยื่นฟ้องบุคคลอื่นในมูลให้กู้ยืมเงิน พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงไม่อยู่ในฐานะผู้ให้บริการและไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๓ โจทก์และจำเลยจึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคต่อกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลกู้ยืมเงินและบังคับจำนอง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)

                   วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค

นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์

ประธานศาลอุทธรณ์