ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์              นางสาว พ.                                   โจทก์

ที่ ๓๒๔/๒๕๖๖                                     บริษัท บ. จำกัด (มหาชน) กับพวก      จำเลย

                  

จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการค้าขายสินค้าอุปโภคบริโภคและขายน้ำมันพืชแก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ขายจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนโจทก์ซื้อน้ำมันพืชจากจำเลยที่ ๑ รวม ๘๐๐ ลัง คิดเป็นค่าสินค้า ๕๓๖,๐๐๐ บาท พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้เชื่อได้ว่าโจทก์ซื้อน้ำมันพืชเพื่อนำไปจำหน่ายต่อให้แก่ลูกค้า โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้อันมีมูลจากสัญญาซื้อขาย โดยให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง
(๔)

                  

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการค้าขายสินค้าอุปโภคบริโภค มีจำเลยที่เป็นผู้จัดการสาขาเซ็นทรัลชลบุรี ส่วนจำเลยที่ ๓ เป็นหัวหน้าแคชเชียร์สาขาดังกล่าว โจทก์เป็นลูกค้าประจำของจำเลยที่ ๑ สั่งซื้อน้ำมันพืชยี่ห้อกุ๊ก ๔๐๐ ลัง น้ำมันพืชยี่ห้อองุ่น ๔๐๐ ลัง จากจำเลยที่ ๑ โจทก์ชำระค่าสินค้าเป็นเงิน ๕๓๖,๐๐๐ บาท ให้แก่จำเลยที่ ๑ โดยโอนเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ของจำเลยที่ ๓ ตามที่ได้รับแจ้งจากจำเลยที่ ๓ เนื่องจากระบบการรับชำระเงินของจำเลยที่ ๑ ขัดข้อง เมื่อโจทก์ไปรับสินค้า จำเลยที่ ๑ ส่งมอบเพียงน้ำมันพืชยี่ห้อกุ๊ก ๔๐๐ ลัง ให้แก่โจทก์ แต่ไม่ส่งมอบน้ำมันพืชยี่ห้อองุ่น ๔๐๐ ลัง โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามส่งมอบน้ำมันพืช ยี่ห้อองุ่น ๔๐๐ ลัง ให้แก่โจทก์ หากไม่ส่งมอบให้จำเลยทั้งสามคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ซื้อสินค้าตามฟ้องจากจากจำเลยที่ ๑ เพื่อนำไปขายต่อ ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยที่ ๓ ยังไม่ยื่นคำให้การ

                   จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการค้าขายสินค้าอุปโภคบริโภค และขายน้ำมันพืชแก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ขายจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซื้อน้ำมันพืชจำนวนมากจากจำเลยที่ ๑ พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้เชื่อได้ว่าโจทก์ซื้อน้ำมันพืชเพื่อนำไปจำหน่ายต่อให้แก่ลูกค้า โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้อันมีมูลจากสัญญาซื้อขาย โดยให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

                   วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

                                                         วินิจฉัย ณ  วันที่ ๓๐ เดือน มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖

ชูชัย   วิริยะสุนทรวงศ์

(นายชูชัย   วิริยะสุนทรวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์