ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                       บริษัท อ. จำกัด                   โจทก์

ที่ ๔๗๗/๒๕๖๖                                               วัด พ. กับพวก                    จำเลย  

                            

                   โจทก์ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง โจทก์รับจ้างจำเลยที่ ๑ เป็นที่ปรึกษา โครงการก่อสร้างหลวงพ่อนาค (จำลอง) โดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างและเป็นผู้รับบริการ ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้าง จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้บริโภค เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลสัญญาจ้างทำของ โดยให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๑ ซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๒๑  

 

                   โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง จำเลยที่  เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มีจำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าอาวาสและเป็นผู้กระทำการแทน กับมีจำเลยที่ ๓ เป็นกรรมการผู้ประสานงานและเป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ว่าจ้างโจทก์เป็นที่ปรึกษา วางแผนงานก่อสร้าง ควบคุมงานก่อสร้าง งานด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม คัดเลือกผู้รับจ้างก่อสร้างในโครงการก่อสร้างหลวงพ่อนาค (จำลอง) ตกลงชำระค่าจ้างตามงวดงาน ภายหลังทำสัญญาโจทก์ทำงานตามสัญญาแล้ว ต่อมาจำเลยทั้งสามมีหนังสือถึงโจทก์อ้างว่าโจทก์บอกเลิกสัญญาเป็นที่ปรึกษาและห้ามโจทก์เข้ายุ่งเกี่ยวกับโครงการ อันเป็นความเท็จ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง และจำเลยที่ ๑ ฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์คืนเงินค่าจ้างล่วงหน้าพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลยที่ ๑

                   จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างและรับจ้างจำเลยที่ ๑ เป็นที่ปรึกษา วางแผนงานก่อสร้าง ควบคุมงานก่อสร้างงานด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม คัดเลือกผู้รับจ้างก่อสร้างในโครงการก่อสร้างหลวงพ่อนาค (จำลอง) โดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างและเป็นผู้รับบริการนั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้าง จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลสัญญาจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ซึ่งโจทก์ฟ้องให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ นั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓) ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๑ ซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๒๑

          วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

                                                     วินิจฉัย ณ  วันที่ ๑๕  เดือน พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖

ชูชัย   วิริยะสุนทรวงศ์

(นายชูชัย   วิริยะสุนทรวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์