คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ บริษัท อ. จำกัด โจทก์
ที่ ๕๔๐/๒๕๖๖ วัด พ. กับพวก จำเลย
โจทก์ประกอบกิจการค้าผลิตภัณฑ์ช่วยประหยัดพลังงาน โจทก์รับจ้างจำเลยดำเนินการโครงการประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงเรียนของจำเลยโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยเป็นโรงเรียนเอกชนและว่าจ้างโจทก์ให้ดำเนินการโครงการประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงเรียนเพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลจ้างทำของ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔) ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ ไม่เป็นคดีผู้บริโภค
ตามนัยมาตรา ๒๑
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการค้าผลิตภัณฑ์ช่วยประหยัดพลังงาน จำเลยว่าจ้างโจทก์ให้ดำเนินการโครงการประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงเรียนของจำเลย ภายหลังทำสัญญาโจทก์ติดตั้งอุปกรณ์ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าและบำรุงรักษาอุปกรณ์ตามระยะเวลาการติดตั้งให้แก่จำเลยแล้ว แต่จำเลยผิดนัดชำระค่าจ้าง โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งว่า อุปกรณ์ประหยัดพลังงานไฟฟ้าที่โจทก์นำมาติดตั้งไม่สามารถช่วยให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้าอย่างแท้จริง ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับโจทก์ถอดอุปกรณ์ที่ติดตั้งออกไป และชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การ ฟ้องแย้ง และคำให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ประกอบกิจการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ช่วยประหยัดพลังงานและรับจ้างจำเลยดำเนินการโครงการประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงเรียนของจำเลยโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยเป็นโรงเรียนเอกชนและว่าจ้างโจทก์ให้ดำเนินการโครงการประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงเรียนเพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลจ้างทำของ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔) ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ ไม่เป็นคดีผู้บริโภคตามนัยมาตรา ๒๑
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
วินิจฉัย ณ วันที่ ๑๒ เดือน มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๖
ชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์
(นายชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์