คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นายอ. โจทก์
ที่ ๓๒๕/๒๕๖๘ นายป. กับพวกรวม ๕ คน จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๕ โจทก์ทำสัญญาซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ XXXXX ตำบลสันปูเลย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมบ้านพักอาศัยสองชั้น กับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ราคา ๕,๙๐๐,๐๐๐ บาท และทำสัญญาซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ XXXXX และเลขที่ XXXXX ตำบลสันทรายน้อย อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมบ้านพักอาศัยสองชั้น กับจำเลยที่ ๒ ราคา ๖,๘๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ชำระราคาครบถ้วนและจดทะเบียนรับโอนกรรมสิทธิ์แล้ว ในวันเดียวกันโจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินทั้งสามแปลงพร้อมบ้านพักอาศัยดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ ๓ ราคา ๑๗,๘๒๕,๐๐๐ บาท ตกลงชำระราคาและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๖ ครบกำหนดแล้วจำเลยที่ ๓ ผิดนัดชำระราคาและไม่ไปจดทะเบียนรับโอนกรรมสิทธิ์ แต่จำเลยทั้งห้ายังคงครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดินดังกล่าว โจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยทั้งห้าขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปแล้วแต่จำเลยทั้งห้าเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไป กับให้ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งห้าให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยที่ ๑ เป็นบิดาจำเลยที่ ๒ และเป็นพี่ชายจำเลยที่ ๓ ส่วนจำเลยที่ ๔ และที่ ๕ เป็นบุตรชายจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ทำสัญญาซื้อขายที่ดินตามฟ้องให้แก่โจทก์เพื่ออำพรางการกู้ยืมเงินที่โจทก์เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยทั้งห้ายื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๔) คดีแพ่งที่มีกฎหมายบัญญัติให้ใช้วิธีพิจารณาตามพระราชบัญญัตินี้และพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๔ คำว่า ผู้ขายฝาก หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้ขายตามสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และคำว่า ที่อยู่อาศัย หมายความว่า อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างและหรือที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัยหรือเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย โจทก์อ้างตามฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยตามฟ้องจากจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ราคารวม ๑๒,๗๐๐,๐๐๐ บาท และทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินดังกล่าวคืนแก่จำเลยที่ ๓ ราคา ๑๗,๘๒๕,๐๐๐ บาทซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๙ บัญญัติว่า สัญญาซื้อขายที่อยู่อาศัยที่มีเงื่อนไขจะขายคืน มีคำมั่นว่าจะขายหรือมีสัญญาจะขายคืน หรือเงื่อนไขอื่นในทำนองเดียวกัน ให้ถือว่าเป็นสัญญาขายฝาก และตามมาตรา ๑๑ บัญญัติให้คดีที่มีข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการขายฝากเป็นคดีผู้บริโภคตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค โดยให้ถือว่าผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภค จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ส่วนปัญหาว่าสัญญาซื้อขายที่ดินเป็นนิติกรรมอำพรางการกู้ยืมเงินหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณา เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยทั้งห้าออกจากที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยและเรียกค่าเสียหาย จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ ตามมาตรา ๓ (๔)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์