ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์   นางสาว น.                                   โจทก์

ที่  ๓๓/๒๕๖๗                             นาย จ.  ที่ ๑ กับพวก                            จำเลย

                                           โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่ารถยนต์ จำเลยที่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ ๑ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน จำเลยที่ ๒ ทำสัญญาเช่ารถยนต์กระบะกับโจทก์ ๑ คัน ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์คันที่เช่าด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงโดยใช้ความเร็วสูงเป็นเหตุให้พุ่งชนแบริเออร์คอนกรีต ทำให้รถยนต์คันที่เช่าได้รับความเสียหาย โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                              จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                             จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                           โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค

                                             พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่ารถยนต์และให้จำเลยที่ ๒ เช่ารถยนต์กระบะโดยเรียกค่าเช่าเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราและพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขาย หมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้เช่านั้นเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร มีจำเลยที่ ๑ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน จำเลยที่ ๒ ทำสัญญาเช่ารถยนต์กระบะจากโจทก์เพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการอันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๒ จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๒ ชำระค่าเสียหายจากมูลสัญญาเช่ารถยนต์ โดยให้จำเลยที่ ๑ ร่วมรับผิดตามฟ้องจึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

                                            วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

 

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา

ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์