ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                    บริษัทด. จำกัด                                  โจทก์

ที่  ๓๓๖/๒๕๖๘                                         นายห.  กับพวกรวม ๒ คน                 จำเลย

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย จำเลยที่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม มีจำเลยที่ ๑ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน จำเลยที่ ๑ ว่าจ้างโจทก์ให้ดำเนินการก่อตั้งธุรกิจร้านอาหารและสถานบริการ ตกลงค่าจ้างตามเงื่อนไขและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญา ภายหลังทำสัญญาโจทก์ดำเนินการตามที่รับจ้างแล้วเสร็จแต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าจ้าง โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดี เพราะเหตุจำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ

จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาต

จำเลยที่ ๑ ให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

 

                    พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบกิจการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย และรับจ้างจำเลยที่ ๑ ดำเนินการก่อตั้งธุรกิจร้านอาหารและสถานบริการโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้น แม้เป็นบุคคลธรรมดาแต่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยที่ ๑ ว่าจ้างโจทก์ให้ดำเนินการก่อตั้งธุรกิจร้านอาหารและสถานบริการโดยให้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำเลยที่ ๒ เพื่อประกอบกิจการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่า จำเลยที่ ๑ แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง จำเลยทั้งสองจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้อันมีมูลจากสัญญาจ้างทำของจึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)

                    วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา

ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์