คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ บริษัท น. จำกัด โจทก์
ที่ ๓๓๗/๒๕๖๗ นิติบุคคลอาคารชุด ด. กับพวก จำเลย
จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มีหน้าที่จัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางอาคารชุดตามฟ้อง โดยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากเจ้าของห้องชุดซึ่งเป็นเจ้าของร่วมเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตนจำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของห้องชุดนั้นเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด และเป็นเจ้าของห้องชุดเพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจ โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากการบริหารจัดการอาคารชุด โดยให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ
ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลอาคารชุด มีวัตถุประสงค์บริหารจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุด ด. เพื่อประโยชน์ร่วมกันของสมาชิก โจทก์เป็นเจ้าของห้องชุดเลขที่ ๒xx/๑xx ชั้นที่ ๑๔ อาคารที่ ๑ ในอาคารชุดดังกล่าวและเป็นสมาชิกของจำเลยที่ ๑ ส่วนจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการรับจ้างบริหารจัดการอาคารชุด มีจำเลยที่ ๔ เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่การเงิน จำเลยที่ ๑ ส่งหนังสือทวงถามแจ้งให้โจทก์ชำระเงินค่าใช้จ่ายส่วนกลางค้างชำระระหว่างปี 2564 ถึงปี 2566ทั้งที่โจทก์ไม่ได้ค้างชำระ การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยที่ ๓ ให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแขวงพระนครใต้ส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มีหน้าที่จัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางอาคารชุดตามฟ้อง โดยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากเจ้าของห้องชุดซึ่งเป็นเจ้าของร่วมเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา 3 ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของห้องชุดนั้นเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร โจทก์เป็นเจ้าของห้องชุดตามฟ้องเพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจ โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากการบริหารจัดการอาคารชุด โดยให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
วินิจฉัย ณ วันที่ ๑ เดือน เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๗
สุวิชา นาควัชระ
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์