คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ บริษัท ล. จำกัด โจทก์
ที่ ๘๒/๒๕๖๗ นิติบุคคลอาคารชุด ค. จำเลย
จำเลยเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มีหน้าที่จัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางอาคารชุดตามฟ้อง โดยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากเจ้าของห้องชุดซึ่งเป็นเจ้าของร่วมเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของห้องชุดนั้นเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดและใช้ห้องชุดเป็นสำนักงานเพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยเกี่ยวกับการบริหารจัดการอาคารชุด จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลอาคารชุด มีวัตถุประสงค์บริหารจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุด ค. เพื่อประโยชน์ร่วมกันของสมาชิก โจทก์เป็นเจ้าของห้องชุดเลขที่ ๒xx/๑ ชั้นที่ ๑ อาคารที่ ๑ ในอาคารชุดดังกล่าวและเป็นสมาชิกของจำเลย โจทก์ใช้ห้องชุดเป็นสำนักงานในการประกอบกิจการ ต่อมาจำเลยดัดแปลงต่อเติมอาคารชุดโดยการเทปูนและปูกระเบื้องใหม่บริเวณชั้นที่ ๑ สูงกว่าพื้นที่เดิมมากกว่า ๑๐ เซนติเมตร ทำให้ห้องชุดของโจทก์ต่ำกว่าพื้นที่ปูกระเบื้องใหม่ซึ่งไม่เป็นไปตามมติที่ประชุมของคณะกรรมการและสมาชิกอาคารชุด และไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำให้ห้องชุดโจทก์เสื่อมราคาและโจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มีหน้าที่จัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางอาคารชุดตามฟ้อง โดยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากเจ้าของห้องชุดซึ่งเป็นเจ้าของร่วมเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของห้องชุดนั้นเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร โจทก์ใช้ห้องชุดเป็นสำนักงานเพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยเกี่ยวกับการบริหารจัดการอาคารชุด จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
วินิจฉัย ณ วันที่ ๒๒ เดือน มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
สุวิชา นาควัชระ
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์