คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นายส. โจทก์
ที่ ๓๔๓/๒๕๖๘ นางป. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจดทะเบียนขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ XXXX ตำบลเมืองอำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย ไว้แก่โจทก์ เมื่อครบกำหนดไถ่ถอน จำเลยไม่ไถ่ถอนภายในกำหนดตามสัญญา โจทก์แจ้งให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปแต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินตามฟ้องกับให้ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภค หมายความว่า (๔) คดีแพ่งที่มีกฎหมายบัญญัติให้ใช้วิธีพิจารณาตามพระราชบัญญัตินี้และพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๔ คำว่า ผู้ขายฝาก หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้ขายตามสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และคำว่า ที่อยู่อาศัย หมายความว่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างและหรือที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัยหรือเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าจำเลยจดทะเบียนขายฝากที่ดินไว้แก่โจทก์แล้วไม่ไถ่ถอนคืนภายในกำหนดตามสัญญาเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงตามสำเนาโฉนดที่ดินและหนังสือสัญญาขายฝากที่ดินที่อยู่อาศัยเอกสารท้ายคำฟ้องว่า เป็นการจดทะเบียนขายฝากที่ดินที่อยู่อาศัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งมาตรา ๑๑ บัญญัติให้คดีที่มีข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการขายฝากเป็นคดีผู้บริโภคตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค โดยให้ถือว่าผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภค จำเลยจึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยอันมีมูลมาจากการขายฝาก จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๔)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์