ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์        นายช. ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน                  โจทก์

ที่  ๓๕๙/๒๕๖๗                                บริษัทป. จำกัด                                           จำเลย                          

                         โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทั้งสองทำสัญญาซื้อขายสิทธิการเช่าบ้านพักอาศัยในโครงการป. (โปรแกรมรับประกันค่าเช่า) กับจำเลยจำนวน ๑ หลัง โจทก์ทั้งสองชำระเงินค่าสิทธิการเช่าให้แก่จำเลยตามสัญญาแล้ว แต่จำเลยไม่ก่อสร้างบ้านพักอาศัยให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามสัญญา ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย โจทก์ทั้งสองจึงบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง

         จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ทั้งสองทำสัญญาซื้อขายสิทธิการเช่าเพื่อต้องการผลตอบแทน คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                           จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                           โจทก์ทั้งสองยื่นคำคัดค้านว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค

          พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาซื้อขายสิทธิการเช่าบ้านพักอาศัยให้แก่โจทก์ทั้งสองตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ทั้งสองเป็นชาวต่างชาติ ทำสัญญาซื้อขายสิทธิการเช่าบ้านพักอาศัยในคดีนี้เพียง ๑ หลัง แม้จำเลยอ้างในคำให้การว่ามีข้อตกลงชำระเงินรับประกันการเช่าให้แก่โจทก์ทั้งสอง ก็ถือเป็นวิธีการขายสิทธิการเช่าบ้านพักอาศัยของจำเลยให้ได้จำนวนมาก เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองประกอบธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า โจทก์ทั้งสองแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากบ้านพักอาศัยตามฟ้อง ทั้งมูลคดีที่โจทก์ทั้งสองอ้างก็สืบเนื่องจากจำเลยไม่ก่อสร้างบ้านพักอาศัยให้แก่โจทก์ทั้งสองภายในกำหนดเวลาตามสัญญา โจทก์ทั้งสองจึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยอันมีมูลจากสัญญาเช่าบ้านพักอาศัย จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

   ประธานศาลอุทธรณ์