คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นายส. โจทก์
ที่ ๓๖๗/๒๕๖๘ นางอ. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทส. จำกัด จำเลยมีห้องชุดในอาคารชุด ว. จำนวนหลายห้องเพื่อขายหรือให้เช่า โจทก์ทำสัญญาซื้อขายห้องชุดในอาคารชุดดังกล่าวกับจำเลย ๑ ห้อง โจทก์ชำระค่าห้องชุดครบถ้วนและรับโอนกรรมสิทธิ์แล้ว ต่อมาเกิดเหตุน้ำฝนรั่วไหลซึมผ่านคอนกรีตของพื้นดาดฟ้าชั้นที่ ๒๕ ลงมายังห้องชุดโจทก์เป็นเหตุให้ฝ้าเพดานห้องชุดโจทก์และทรัพย์สินภายในห้องชุดได้รับความเสียหาย จำเลยทราบความชำรุดบกพร่องดังกล่าวแต่ปกปิดไว้ โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินค่าห้องชุดพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์และรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดคืนไป
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การและจากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาซื้อขายห้องชุดให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาซื้อขายห้องชุดจากจำเลยเพียง ๑ ห้อง แม้จำเลยอ้างในคำร้องว่า โจทก์ซื้อห้องชุดจากจำเลยเพื่อขายต่อหรือให้เช่า แต่ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าโจทก์ประกอบธุรกิจขายหรือให้เช่าห้องชุด พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า โจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากห้องชุดตามฟ้อง ทั้งมูลคดีที่โจทก์อ้างก็สืบเนื่องจากจำเลยปกปิดความชำรุดบกพร่องของห้องชุดซึ่งมีมาก่อนโจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลซื้อขายห้องชุด จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์