ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์       นางป.                                                         โจทก์

ที่  37/๒๕๖8                                 บริษัท อ. จำกัด                                             จำเลย                                     

                  โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการค้าเครื่องจักร โจทก์ทำสัญญาซื้อขายเครื่องบรรจุแบบกาวิตี้อินไลน์กับจำเลย ราคา ๕๕๐,๐๐๐ บาท มีข้อตกลงว่าเครื่องจักรดังกล่าวต้องเป็นเครื่องจักรใหม่ที่ไม่ผ่านการใช้งาน ภายหลังจากจำเลยส่งมอบและติดตั้งแล้ว เครื่องจักรดังกล่าวชำรุดบกพร่องหลายรายการ จำเลยดำเนินการแก้ไขหลายครั้งแต่ไม่สามารถแก้ไขได้ โจทก์ต้องว่าจ้างบุคคลภายนอกมาแก้ไขแทนและโจทก์ตรวจสอบพบว่า จำเลยนำอะไหล่ที่ไม่ได้คุณภาพรวมถึงอะไหล่เก่าที่เลิกผลิตแล้วมาประกอบเป็นเครื่องจักรดังกล่าวเพื่อขายให้แก่โจทก์ ทำให้เครื่องจักรดังกล่าวมีประสิทธิภาพต่ำ ไม่สามารถใช้งานได้ตามความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้งาน โจทก์จึงต้องซื้อเครื่องจักรจากบริษัทอื่นมาใช้งานแทน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระค่าเสียหายแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                  จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบกิจการค้าเครื่องจักรและขายเครื่องจักรตามฟ้องให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์แม้เป็นบุคคลธรรมดา แต่ได้ความตามคำร้องขอให้วินิจฉัยและโจทก์มิได้คัดค้านว่า โจทก์ประกอบกิจการโรงงานผลิตน้ำกระเทียมดองบรรจุขวด ใช้ชื่อในการประกอบกิจการว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด พฤกษาธรรม ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลซื้อขาย      จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภค
ตามมาตรา
๓ (๒) ถึง (๔)

                  วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค


(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)
ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์