ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์       นิติบุคคลอาคารชุด ท.                                       โจทก์

ที่  39/๒๕๖8                                 บริษัทพ. จำกัด                                              จำเลย                                       

  

                  โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการรับจ้างบริหารอาคารชุด โจทก์ว่าจ้างจำเลยบริหารอาคารชุดของโจทก์ ตกลงชำระค่าจ้างตามอัตราที่กำหนดไว้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยบริหารจัดการอาคารชุดไม่เป็นไปตามสัญญา บกพร่องต่อหน้าที่ ไม่เรียกเก็บค่าส่วนกลางจากเจ้าของร่วม ไม่ตรวจสอบและเสนอรายงานต่อคณะกรรมการโจทก์ ไม่ดูแลบำรุงรักษาพื้นที่ส่วนกลาง วัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักร ตลอดจนระบบงานต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี ไม่แจ้งหนี้อันเกิดจากค่าใช้จ่ายส่วนกลางแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายในเวลาที่กำหนด เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงไม่ได้กันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดห้องชุดเพื่อชำระหนี้ค่าใช้จ่ายส่วนกลางให้แก่โจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

 

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบกิจการบริหารจัดการอาคารชุดและรับจ้างโจทก์บริหารจัดการอาคารชุดโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นนิติบุคคลอาคารชุดซึ่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๓ วรรคสอง บัญญัติให้โจทก์มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลาง และให้มีอำนาจกระทำการใด ๆ เพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ได้ตามมติของเจ้าของร่วมภายใต้บังคับแห่งกฎหมายดังกล่าว และโจทก์อาจใช้สิทธิของเจ้าของร่วมครอบไปถึงทรัพย์ส่วนกลางทั้งหมดในการต่อสู้บุคคลภายนอกหรือเรียกร้องเอาทรัพย์สินคืนเพื่อประโยชน์เจ้าของร่วมทั้งหมดได้ตามมาตรา ๓๙ ดังนี้ การฟ้องเรียกค่าเสียหายจึงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโจทก์และเป็นการกระทำเพื่อเจ้าของร่วม ถือได้ว่าโจทก์มีฐานะเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                  วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค


(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)
ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์