คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ ธนาคารก. จำกัด (มหาชน) โจทก์
ที่ ๓๗๖/๒๕๖๘ นางสาวพ. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจธุรกิจธนาคารพาณิชย์ จำเลยสมัครบัตรเครดิตกับโจทก์ ตกลงชำระดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญาและประกาศโจทก์ จำเลยนำบัตรเครดิตที่โจทก์ออกให้ไปชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือเบิกถอนเงินสดแล้วผิดนัดชำระหนี้ โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์และออกบัตรเครดิตให้แก่จำเลยเพื่อนำไปใช้ชำระค่าสินค้าหรือบริการโดยเรียกดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตนโจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยแม้เป็นบุคคลธรรมดา แต่จำเลยอ้างในคำร้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของบริษัท 6. จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยนำบัตรเครดิตที่โจทก์ออกให้ไปซื้อสินค้าในการประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างของบริษัทดังกล่าว อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงไม่ใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลบัตรเครดิต จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)
วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์