คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นายก. โจทก์
ที่ ๓๘๐/๒๕๖๘ นายพ. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยว่าจ้างโจทก์ติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างในบ้านของจำเลย ตกลงค่าจ้าง ๒๑๑,๓๐๐ บาท โจทก์ติดตั้งระบบไฟฟ้าในบ้านของจำเลยจนใกล้แล้วเสร็จเหลือเพียงงานติดโคมไฟนอกบ้าน ๑๐ โคม ต่อมาจำเลยแก้ไขฝ้าเพดานภายในบ้านจนเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า จำเลยแจ้งให้โจทก์เข้าไปตรวจสอบและแก้ไข เมื่อโจทก์แจ้งว่าต้องคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จำเลยกลับแจ้งโจทก์ว่าไม่ต้องทำงานติดโคมไฟนอกบ้านส่วนที่เหลือ จำเลยไม่ชำระค่าจ้างงวดสุดท้ายและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก ๓๖,๖๖๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งว่า โจทก์ทำงานที่รับจ้างชำรุดบกพร่อง ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายต้องว่าจ้างผู้รับเหมารายใหม่มาแก้ไข ขอให้บังคับโจทก์ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภค
ตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การ
และฟ้องแย้งว่า โจทก์รับจ้างจำเลยติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ
ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้นเป็นบุคคลธรรมดา
และงานที่ว่าจ้างนั้นเป็นการติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างในบ้านพักอาศัยของจำเลย ไม่ปรากฏว่าจำเลยแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้รับบริการ
และเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลย
ในมูลสัญญาจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค
พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับฟ้องแย้งของจำเลยซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้
เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๒๑
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์