ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                       นางสาวน. กับพวกรวม ๒ คน                           โจทก์

ที่  ๓๘๒/๒๕๖๘                                            บริษัทว. จำกัด กับพวกรวม ๒ คน                         จำเลย

                   โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเป็นผู้จัดสรรโครงการหมู่บ้านม. จำเลยที่ ๑ โฆษณาว่าโครงการจะจัดพื้นที่ส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ XXXXX ตำบลแสนแสบ อำเภอมีนบุรี กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ ๒ ไร่ ๒ งาน ๙๐ ตารางวาเศษ เป็นพื้นที่ส่วนกลางเพื่อจัดทำเป็นสโมสรของหมู่บ้าน โจทก์ทั้งสองทำสัญญาซื้อที่ดินพร้อมบ้านในโครงการดังกล่าวและเข้าอยู่อาศัยแล้ว ต่อมาจำเลยที่ ๑ นำที่ดินที่โฆษณาว่าจะทำเป็นสโมสรของหมู่บ้านดังกล่าวไปจดทะเบียนขายให้แก่จำเลยที่ ๒ ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินดังกล่าวระหว่างจำเลยทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสองคืนที่ดินแก่หมู่บ้านเพื่อจัดทำเป็นสโมสร หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

                   จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และจัดสรรโครงการหมู่บ้านม. เพื่อจำหน่ายให้แก่บุคคลทั่วไป จำเลยที่ ๑ ขายที่ดินพร้อมบ้านในโครงการดังกล่าวให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นผู้ซื้อที่ดินพร้อมบ้านนั้นเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ปรากฏว่าแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากที่ดินพร้อมบ้านที่ซื้อขาย โจทก์ทั้งสองจึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลจากการซื้อที่ดินพร้อมบ้านในโครงการจัดสรรของจำเลยที่ ๑ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๒ ซึ่งโจทก์ฟ้องให้ร่วมรับผิดในฐานะผู้รับโอนที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ ๑ ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)

วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์