ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                       นายร.                               โจทก์

ที่  ๓๘๔/๒๕๖๘                                            นายช.                               จำเลย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบอาชีพทนายความ โจทก์ถูกกรมส่งเสริมการเกษตร แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง โจทก์จึงทำสัญญาว่าจ้างจำเลยเพื่อให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย จัดหาทนายความผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ เขียนคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเขียนอุทธรณ์คำสั่ง ว่าต่างแก้ต่างคดีปกครอง คดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าว ตกลงค่าจ้าง ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ชำระค่าจ้างให้แก่จำเลยแล้ว ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่จำเลยไม่ได้ดำเนินการตามสัญญาว่าจ้าง เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายต้องว่าจ้างบุคคลอื่นมาดำเนินการแทนจำเลย ขอให้บังคับจำเลยคืนค่าจ้างและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

          จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยเป็นทนายความและรับจ้างโจทก์ดำเนินการทางคดีโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนวิชาชีพตามปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างและอยู่ในฐานะผู้รับบริการนั้น ไม่ปรากฏว่า โจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                   วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์