คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาวห. โจทก์
ที่ ๓๙๘/๒๕๖๘ บริษัทป. จำกัด จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทำสัญญาซื้อขายสิทธิการเช่าห้องชุดในโครงการพ. กับจำเลย ๑ ห้อง มีข้อตกลงว่าหากโจทก์ชำระค่าสิทธิการเช่าครบถ้วนก่อนก่อสร้างเสร็จ จำเลยจะคืนเงินให้ ๔๘๓,๐๐๐ บาท ต่อปี จนกว่าจะส่งมอบห้องชุดให้แก่โจทก์ เมื่อก่อสร้างเสร็จและส่งมอบห้องชุดแล้ว จำเลยจะชำระเงินรับประกันผลตอบแทนอัตราร้อยละ ๗ ต่อปี ของค่าสิทธิการเช่าปีละ ๔๘๓,๐๐๐ บาท เป็นเวลา ๑๕ ปี ภายหลังทำสัญญาโจทก์ชำระเงินค่าสิทธิการเช่าห้องชุดให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว แต่จำเลยชำระเงินคืนให้แก่โจทก์เพียง ๑ ปี และไม่ก่อสร้างห้องชุดให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามสัญญา โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภคขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาซื้อขายสิทธิการเช่าห้องชุดให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นบุคคลธรรมดา ทำสัญญาซื้อขายสิทธิการเช่าห้องชุดเพียง ๑ ห้อง แม้มีข้อตกลงคืนเงินก่อนก่อสร้างเสร็จและข้อตกลงชำระค่าตอบแทนรับประกันการเช่า ก็ถือเป็นวิธีการขายสิทธิการเช่าห้องชุดของจำเลยให้ได้จำนวนมาก เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า โจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากห้องชุดตามฟ้อง ทั้งมูลคดีที่โจทก์อ้างก็สืบเนื่องจากจำเลยไม่ก่อสร้างห้องชุดให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามสัญญา โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภค ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยอันมีมูลจากสัญญาซื้อขายสิทธิการเช่าห้องชุด จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์