ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                       นาย ภ.                             โจทก์

ที่ ๔๐/๒๕๖๗                                                  นาง ส.                              จำเลย

                  

โจทก์ให้จำเลยเช่าพื้นที่ตลาดบริเวณหลังโรงพยาบาล พ. โดยเรียกค่าเช่าเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ ประกอบพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขายหมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าจึงอยู่ในฐานะผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าและอยู่ในฐานะผู้ซื้อนั้นเป็นบุคคลธรรมดา แม้จะเช่าพื้นที่จากโจทก์เพื่อค้าขายสินค้า ก็เป็นการใช้ประโยชน์ทรัพย์ที่เช่าด้วยตนเองในการประกอบอาชีพเพื่อดำรงชีพและไม่ปรากฏว่าเป็นกิจการขนาดใหญ่ จำเลยจึงเป็นผู้บริโภค เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้อันมีมูลจากการเช่าพื้นที่ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

 

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ให้จำเลยเช่าพื้นที่ในตลาดหลังโรงพยาบาล พ. ถนนเลียบทางรถไฟ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก เพื่อขายสินค้า ต่อมาจำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้ไว้แก่โจทก์โดยยอมรับว่าจำเลยเป็นหนี้ค่าเช่า ค่าน้ำ และค่าไฟฟ้า ตกลงผ่อนชำระหนี้เป็นรายเดือน แต่จำเลยผิดนัด ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ให้จำเลยเช่าพื้นที่ตลาดบริเวณหลังโรงพยาบาลพุทธชินราชโดยเรียกค่าเช่าเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ ประกอบพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขายหมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าจึงอยู่ในฐานะผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าและอยู่ในฐานะผู้ซื้อนั้นเป็นบุคคลธรรมดา แม้จะเช่าพื้นที่จากโจทก์เพื่อค้าขายสินค้า ก็เป็นการใช้ประโยชน์ทรัพย์ที่เช่าด้วยตนเองในการประกอบอาชีพเพื่อดำรงชีพและไม่ปรากฏว่าเป็นกิจการขนาดใหญ่ จำเลยจึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้อันมีมูลจากการเช่าพื้นที่ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

                                                    วินิจฉัย ณ  วันที่ ๔ เดือน มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๗

สุวิชา   นาควัชระ

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา

ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์