คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นายช. โจทก์
ที่ ๔๑๓/๒๕๖๘ บริษัทช. จำกัด กับพวกรวม ๒ คน จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจค้าขายรถบรรทุก มีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการแผนกฝ่ายขายหรือตัวแทน จำเลยที่ ๒ ติดต่อโจทก์ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทร. จำกัด เพื่อขายรถบรรทุก ๖ ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ ของจำเลยที่ ๑ โดยเสนอราคาโปรโมชั่น ส่วนลด และของแถม โจทก์สนใจเนื่องจากราคารถบรรทุกถูกกว่าราคาที่โจทก์เคยซื้อจากจำเลยทั้งสองและราคาท้องตลาด โจทก์ตกลงซื้อรถบรรทุกกับจำเลยที่ ๑ จำนวน ๒ คัน โดยชำระเงินจองให้แก่จำเลยที่ ๑ และทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทอ. จำกัด (มหาชน) ต่อมาโจทก์และบริษัทร. จำกัด ตรวจสอบพบว่า ราคารถบรรทุกที่จำเลยทั้งสองขายสูงกว่าราคาที่จำเลยที่ ๒ แจ้งในใบเสนอราคาที่ส่งให้แก่โจทก์ ทั้งจำเลยที่ ๑ ไม่ได้นำเงินมัดจำไปหักออกจากราคารถบรรทุก การกระทำของจำเลยทั้งสองทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ โดยจำเลยที่ ๑ ให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจค้าขายรถบรรทุกและขายรถบรรทุกให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์แม้เป็นบุคคลธรรมดา แต่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทร. จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร และมีชื่อเป็นผู้เช่าซื้อรถบรรทุกตามฟ้องกับบริษัทอ. จำกัด (มหาชน) พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้เชื่อได้ว่า โจทก์ซื้อรถบรรทุกจากจำเลยที่ ๑ เพื่อนำไปใช้ในการประกอบกิจการของบริษัทดังกล่าว อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากการซื้อขายรถบรรทุก โดยให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดในฐานะตัวแทน จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)
วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์