ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                         บริษัทท. จำกัด                                        โจทก์

ที่  ๔๒๓/๒๕๖๘                                               นางบ. กับพวกรวม ๓ คน                              จำเลย

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการฟาร์มเลี้ยงสุกร จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเลี้ยงสุกรขุนแบบประกันราคากับโจทก์ โดยโจทก์ตกลงขายลูกสุกร อาหารสุกร เวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ ให้จำเลยที่ ๑ รับไปเลี้ยง เมื่อจำเลยที่ ๑ เลี้ยงลูกสุกรให้เจริญเติบโตได้ขนาดตามที่กำหนด จำเลยที่ ๑ จะต้องนำมาขายคืนให้แก่โจทก์เพื่อหักทอนบัญชีกัน ระหว่างการเลี้ยงสุกร จำเลยที่ ๑ กู้ยืมเงินจากโจทก์เพื่อนำเงินไปใช้หมุนเวียนในการเลี้ยงสุกร ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๙.๕ ต่อปี หากผิดนัดยินยอมชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี มีจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ ภายหลังหักทอนบัญชีแล้ว จำเลยที่ ๑ มีหนี้ค้างชำระแก่โจทก์ ๒,๙๙๘,๕๔๕.๑๕ บาท โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสามชำระหนี้แล้วแต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่าโจทก์ประกอบกิจการฟาร์มเลี้ยงสุกร จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาซื้อขายสุกรขุนประกันราคากับโจทก์ โดยโจทก์ตกลงขายลูกสุกร อาหารสุกร เวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ ให้จำเลยที่ ๑ รับไปเลี้ยงเมื่อสุกรโตได้ขนาดจำเลยที่ ๑ จะต้องนำกลับไปขายให้แก่โจทก์ และโจทก์ให้จำเลยที่ ๑ กู้ยืมเงินเพื่อนำเงินไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนในฟาร์มเลี้ยงสุกร ภายหลังหักทอนบัญชีค่าใช้จ่ายกันแล้วจำเลยที่ ๑ จะต้องชำระส่วนต่างให้แก่โจทก์ กรณีถือว่าโจทก์เป็นผู้ให้บริการและผู้ขายโจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ เป็นเกษตรกรประกอบอาชีพเลี้ยงสุกร จำเลยที่ ๑ ทำสัญญารับเลี้ยงสุกรเพื่อขายคืนให้แก่โจทก์และทำสัญญากู้ยืมเงินเพื่อนำเงินไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการเลี้ยงสุกร อันมีลักษณะเป็นการประกอบอาชีพเพื่อดำรงชีพ จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้อันมีมูลจากการผิดสัญญารับเลี้ยงสุกรและกู้ยืมเงิน โดยให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์