ค้นหาคำวินิจฉัย

 

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                ธนาคาร ก                                    โจทก์

ที่ ๔๕๑/๒๕๖๗                                        นาย ว ที่ ๑ กับพวกรวม ๕ คน             จำเลย

 

โจทก์ประกอบการธนาคารพาณิชย์และให้จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยที่ ๑ เป็นบุคคลธรรมดา ทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดจากโจทก์ซึ่งเป็นสถาบันการเงิน แม้จะนำเงินที่ได้รับไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนในกิจการ ก็เป็นการใช้ในการประกอบอาชีพและไม่ปรากฏว่าเป็นกิจการค้าขนาดใหญ่ จำเลยที่ ๑ จึงเป็นผู้บริโภค เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ในมูลสัญญาบัญชีเดินสะพัดและบังคับจำนอง โดยให้จำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ค้ำประกันและผู้จำนองกับให้จำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๕ ในฐานะผู้จำนองร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติ
วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) 

 

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดกับโจทก์ วงเงิน ๑๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญาและประกาศโจทก์ โดยจำเลยทั้งห้าจดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกัน กับมีจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระหนี้ โจทก์ทวงถามและบอกกล่าวบังคับจำนองแล้ว แต่จำเลยทั้งห้าเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ และบังคับจำนอง

จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ขาดนัดยื่นคำให้การ

จำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                        จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบการธนาคารพาณิชย์และให้จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ เป็นบุคคลธรรมดา ทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดจากโจทก์ซึ่งเป็นสถาบันการเงิน แม้จะนำเงินที่ได้รับไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนในกิจการ ก็เป็นการใช้ในการประกอบอาชีพและไม่ปรากฏว่าเป็นกิจการค้าขนาดใหญ่ จำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ในมูลสัญญาบัญชีเดินสะพัดและบังคับจำนอง โดยให้จำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ค้ำประกันและผู้จำนองกับให้จำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๕ ในฐานะผู้จำนองร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

                                                                      วินิจฉัย ณ วันที่     ๑๕    เดือน     พฤษภาคม     พุทธศักราช     ๒๕๖๗

สุวิชา   นาควัชระ

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์