คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ บริษัทบ. จำกัด โจทก์
ที่ 46/๒๕๖8 นางว. ที่ 1 กับพวกรวม ๓๖ คน จำเลย
![]()
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างโครงการก. เพื่อให้บุคคลทั่วไปเช่าห้องชุดระยะยาว โดยโจทก์เป็นผู้มีอำนาจบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนกลาง จำเลยทั้งสามสิบหกเป็นผู้เช่าห้องชุดหรือผู้รับโอนสิทธิการเช่าห้องชุดระยะยาวจากผู้เช่าเดิม เมื่อโจทก์ก่อสร้างแล้วเสร็จและจดทะเบียนการเช่าห้องชุดให้แก่ผู้เช่าแล้ว ต่อมาโจทก์กับจำเลยที่ ๔ ที่ ๘ ที่ ๑๘ ที่ ๑๙ ที่ ๒๒ ที่ ๒๘ ที่ ๓๔ ที่ ๓๕ และผู้เช่าเดิม มีคดีพิพาทกันหลายคดีในศาลจังหวัดภูเก็ต ต่อมาตกลงกันได้จึงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยโจทก์ตกลงให้ผู้เช่าห้องชุดในโครงการดังกล่าวทุกรายมีสิทธิในการบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนกลางในรูปแบบของคณะกรรมการผู้เช่า มีจำเลยที่ ๔ ที่ ๘ ที่ ๑๘ ที่ ๑๙ ที่ ๒๒ ที่ ๒๘ ที่ ๓๔ ที่ ๓๕ และผู้เช่าเดิมลงลายมือชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความและบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญา ศาลจังหวัดภูเก็ตมีคำพิพากษาตามยอมแล้วตามคดีหมายเลขแดงที่ ผบ ๔๓๘๘/25๕๘ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ที่ ๕ ถึงที่ ๗ ที่ ๙ ถึงที่ ๑๗ ที่ ๒๐ ที่ ๒๑ ที่ ๒๓ ถึงที่ ๒๗ ที่ ๒๙ ถึงที่ ๓๓ และที่ ๓๖ เป็นผู้รับโอนสิทธิการเช่าห้องชุดจากผู้เช่าเดิมจึงต้องผูกพันตามสัญญาดังกล่าวด้วย ต่อมาจำเลยทั้งสามสิบหกในฐานะผู้เช่าที่มีอำนาจบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนกลางและบริษัทซ. จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับจ้างบริหารจัดการอาคารชุดและทรัพย์สินส่วนกลางในโครงการของโจทก์ บริหารจัดการทรัพย์สินส่วนกลางไม่ถูกต้องและก่อให้เกิดความเสียหายแก่โครงการของโจทก์หลายประการ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ยกเลิกสัญญาประนีประนอมยอมความและบันทึกข้อตกลงแนบท้ายสัญญา ให้บังคับจำเลยทั้งสามสิบหกจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาเช่าตามฟ้อง หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ให้คืนสิทธิการบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนกลางแก่โจทก์ กับห้ามจำเลยทั้งสามสิบหกเกี่ยวข้องกับการบริหารกิจการทรัพย์สินส่วนกลางของโครงการดังกล่าว
จำเลยที่ ๕ ที่ ๘ ที่ ๑๒ ที่ ๑๕ ที่ ๒๓ ที่ ๒๗ และที่ ๓๓ ให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๕ ที่ ๗ ที่ ๘ ที่ ๑๒ ที่ ๑๕ ที่ ๒๓ ที่ ๒๗ และที่ ๓๓ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าโจทก์ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างโครงการก. เพื่อให้เช่า รวมทั้งบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนกลางของโครงการโดยเรียกเก็บค่าบริการตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยทั้งสามสิบหกเป็นผู้เช่าหรือผู้รับโอนสิทธิการเช่าจากผู้เช่าเดิม โจทก์ตกลงให้จำเลยทั้งสามสิบหกเป็นผู้ดำเนินการบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนกลาง อันเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของจำเลยทั้งสามสิบหกและไม่ปรากฏว่าเป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจ จำเลยทั้งสามสิบหกจึงมีฐานะเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามสิบหกในมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดกลางทรัพย์ส่วนกลาง จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์