ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์         นาย ธ.                                             โจทก์

ที่  ๕๒/๒๕๖๗                                   บริษัท ฮ. จำกัด                       จำเลย             

                  โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดในโครงการ ร. กับจำเลย ๒ ห้อง โจทก์ชำระราคาห้องชุดบางส่วนให้แก่จำเลยแล้ว  แต่จำเลยไม่ก่อสร้างห้องชุดให้แล้วเสร็จและไม่โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่โจทก์ภายในกำหนดเวลาตามสัญญา ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินค่าห้องชุดและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                  จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดกับจำเลยเพื่อจะได้รับเงินค่าผลตอบแทนคืนและต้องการผลตอบแทนจากการนำห้องชุดออกให้บุคคลภายนอกเช่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                  จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                  โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่าคดีเป็นคดีผู้บริโภค

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคพ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดกับจำเลยเพียง ๒ ห้อง แม้มีข้อตกลงให้จำเลยชำระผลตอบแทนคืนและให้จำเลยนำห้องชุดออกให้บุคคลทั่วไปเช่าโดยจะชำระค่าตอบแทนแก่โจทก์ ก็ถือเป็นวิธีการขายห้องชุดของจำเลยให้ได้จำนวนมาก เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่าห้องชุด ทั้งมูลคดีที่โจทก์อ้างก็สืบเนื่องจากจำเลยไม่ก่อสร้างห้องชุดให้แล้วเสร็จและไม่โอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ภายในกำหนดเวลาตามสัญญา โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว    เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                  วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

 

(นางสุวิชา   นาควัชระ)
ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์