คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ก. ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน โจทก์
ที่ ๕๑/๒๕๖๗ บริษัท ช. จำกัด จำเลย
โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทั้งสองทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดในโครงการ พ. กับจำเลย ๑ ห้อง และทำบันทึกข้อตกลงแนบท้ายสัญญาว่า จำเลยจะนำห้องชุดออกบริหารจัดการและจะชำระผลตอบแทนให้แก่โจทก์ทั้งสองตามอัตราที่กำหนดไว้ ภายหลังทำสัญญาโจทก์ทั้งสองชำระราคาครบถ้วนและรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดดังกล่าวจากจำเลยแล้ว แต่จำเลยไม่ชำระผลตอบแทนแก่โจทก์ทั้งสองตามอัตราที่กำหนดไว้ ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบห้องชุดตามฟ้องคืนแก่โจทก์ทั้งสองในสภาพเรียบร้อย และชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
โจทก์ทั้งสองยื่นคำคัดค้านว่าคดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดให้แก่โจทก์ทั้งสองโดยมีข้อตกลงให้จำเลยนำห้องชุดออกบริหารจัดการและจะชำระผลตอบแทนแก่โจทก์ทั้งสองตามอัตราที่กำหนดไว้ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยซึ่งเป็นผู้ขายและผู้ให้บริการจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ทั้งสองเป็นบุคคลธรรมดา ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดเพียง ๑ ห้อง แม้มีข้อตกลงให้จำเลยนำห้องชุดไปบริหารจัดการและชำระค่าตอบแทนแก่โจทก์ทั้งสองตามอัตราที่กำหนดไว้ก็ถือเป็นวิธีการขายห้องชุดของจำเลยให้ได้จำนวนมากและไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการห้องชุดดังกล่าว พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งสองแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากห้องชุดตามฟ้อง โจทก์ทั้งสองจึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยอันมีมูลจากสัญญาจะซื้อขายห้องชุด จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์