คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์
ที่ ๕๖๑/๒๕๖๗
นายพ. โจทก์
นางสาวส. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ไม่ได้ประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงิน จำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์หลายครั้งผ่านทางแอปพลิเคชันเเมสเซนเจอร์ ตกลงให้ค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์อัตราร้อยละ ๑๕ ต่อเดือน ต่อมาจำเลยรับว่ามีหนี้เงินกู้ค้างชำระแก่โจทก์ ๔๐,๐๐๐ บาท โจทก์ทวงถามแล้ว จำเลยชำระหนี้ให้แก่โจทก์เพียงบางส่วนแล้วไม่ชำระหนี้ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าโจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงิน แม้มีการเรียกค่าขาดประโยชน์เป็นค่าตอบแทน แต่จากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีศาลแขวงขอนแก่นไม่ปรากฏว่าโจทก์เคยยื่นฟ้องบุคคลอื่นในมูลให้กู้ยืมเงิน พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่าโจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกค่าขาดประโยชน์เป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงไม่อยู่ในฐานะผู้ให้บริการและไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โจทก์และจำเลยจึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคต่อกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลยืมเงิน จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์