คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ว. กับพวก โจทก์
ที่ ๕๘๐/๒๕๖๗ บริษัท พ. จำเลย
โจทก์ทั้งยี่สิบสี่ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และจัดสรรโครงการ พ. รามคำแหง - สุวรรณภูมิ ซึ่งมีโครงการย่อยรวมกันกว่า ๑๔ โครงการ (เฟส) เพื่อจำหน่ายให้แก่บุคคลทั่วไปโดยมีการโฆษณาว่าจะจัดให้พื้นที่โครงการเฟส ๒ เป็นศูนย์กลางในการจัดทำ พ. สปอร์ต มัลติเพล็กซ์ อันเป็นสาธารณูปโภคและบริการสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันซึ่งผู้ซื้อที่ดินจัดสรรในทุกเฟสสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกัน โจทก์ทั้งยี่สิบสี่ต่างซื้อที่ดินจัดสรรหรือที่ดินจัดสรรพร้อมบ้านในโครงการดังกล่าวของจำเลยและใช้ประโยชน์ในสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะตามที่จำเลยโฆษณาเรื่อยมา ต่อมาจำเลยจัดตั้งป้อมยามบริเวณกลางถนนในพื้นที่เฟส ๓ เพื่อควบคุมการเข้า – ออก โครงการและให้บริวารจำเลยเรียกเก็บค่าผ่านทาง หากไม่ชำระก็จะไม่สามารถผ่านเข้า – ออก โครงการและไม่สามารถใช้ประโยชน์สาธารณูปโภคและบริการสาธารณะใน พ. สปอร์ต มัลติเพล็กซ์ ได้ การกระทำของจำเลยเป็นการผิดสัญญาและผิดคำโฆษณา ทำให้โจทก์ทั้งยี่สิบสี่ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งยี่สิบสี่
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาซื้อขายที่ดินจัดสรรหรือที่ดินจัดสรรพร้อมบ้านโครงการ พ. รามคำแหง - สุวรรณภูมิ ให้แก่โจทก์ทั้งยี่สิบสี่ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ทั้งยี่สิบสี่ซื้อที่ดินจัดสรร หรือที่ดินจัดสรรพร้อมบ้านและเป็นผู้ใช้ประโยชน์สาธารณูปโภคของโครงการเพื่ออยู่อาศัย ไม่ปรากฏว่าแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์ทั้งยี่สิบสี่จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเมื่อโจทก์ทั้งยี่สิบสี่ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายเกี่ยวกับการใช้สาธารณูปโภคและบริการสาธารณะของโครงการ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์