ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์  นาย ส. กับพวก                                         โจทก์

ที่  ๕๗๙/๒๕๖๗                         สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สมาชิกครูจังหวัด อ.   จำเลย

                โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทสมาคม มีวัตถุประสงค์จัดหาสมาชิกครูเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการจัดการศพ และสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิกด้วยเงินสงเคราะห์ นาย อ. สมัครเป็นสมาชิกของจำเลยและระบุให้นาง ท. มารดาของนาย อ.และโจทก์ที่ ๒ เป็นผู้รับประโยชน์ โดยโจทก์ที่ ๒ เป็นผู้ชำระเงินสงเคราะห์ประจำเดือนตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๕๕ ถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๕ ให้แก่จำเลย ต่อมาโจทก์ที่ ๒ ขาดส่งเงินสงเคราะห์ประจำเดือน จำเลยมีหนังสือทวงถาม โจทก์ที่ ๒ ติดต่อจำเลยเพื่อขอชำระเงิน แต่จำเลยปฏิเสธโดยแจ้งว่าต้องให้นาย อ. ดำเนินการด้วยตนเอง ในวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๕ จำเลยมีมติให้นาย อ. สิ้นสุดสมาชิกภาพโดยไม่ชอบ หลังจากนั้นนาย อ. ถึงแก่ความตาย มีโจทก์ที่ ๑ เป็นผู้จัดการมรดก โจทก์ทั้งสองมีสิทธิได้รับค่าจัดการศพและเงินสงเคราะห์ครอบครัว ขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้เพิกถอนมติคณะกรรมการที่ให้นาย อ. สิ้นสุดสมาชิกภาพและให้จำเลยชำระค่าจัดการศพและเงินสงเคราะห์แก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยไม่ได้เป็นผู้ประกอบธุรกิจ คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยจดทะเบียนเป็นสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ตามพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้ออกข้อบังคับในการรับสมาชิกโดยกำหนดว่า สมาคมจะจ่ายเงินค่าฌาปนกิจสงเคราะห์ให้แก่ผู้รับประโยชน์เมื่อบุคคลผู้เป็นสมาชิกถึงแก่ความตายโดยสมาชิกผู้นั้นจะต้องเสียเงินค่าสมัครเป็นสมาชิกและค่าบำรุง และต้องส่งเงินสงเคราะห์ล่วงหน้าให้แก่สมาคมตามที่กำหนดให้แก่สมาคม แม้จำเลยจะไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไรดังอ้าง แต่การดำเนินงานดังกล่าวเป็นการรับจัดทำการงานให้แก่สมาชิกโดยมีเงินค่าตอบแทนอันเป็นการบริการ เมื่อจำเลยรับนาย อ. เป็นสมาชิกโดยเก็บเงินค่าสมัคร         ค่าบำรุงรายปีและค่าสงเคราะห์ศพจากนาย อ. จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ โดยมีนาย อ. อยู่ในฐานะเป็นผู้รับบริการซึ่งเป็นผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓เมื่อนาย อ. ถึงแก่ความตาย โจทก์ที่ ๑ ในฐานะผู้จัดการมรดก และโจทก์ที่ ๒ ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้รับประโยชน์จึงสืบสิทธิของนาย อ. และอยู่ในฐานะผู้บริโภคเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินอันมีมูลจากการเป็นสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                   วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

 

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์