ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ป.                             โจทก์
ที่ ๕๘๗/๒๕๖๗                         นาย ห.                           
  จำเลย

                   โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงิน โจทก์กู้ยืมเงินจากจำเลย ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๘ ต่อปี กำหนดระยะเวลาชำระหนี้ ๑ ปี โดยจำเลยให้โจทก์ทำสัญญาซื้อขายที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ xxxxxx ตำบลบ้านใหม่อำเภอบางเขน (ตลาดขวัญ) กรุงเทพมหานคร พร้อมบ้านพักอาศัยตึกสองชั้น เลขที่ x/xxx ให้แก่จำเลยเพื่ออำพรางการกู้ยืมเงิน จำเลยหักดอกเบี้ยล่วงหน้าและค่าดำเนินการโดยส่งมอบเงินกู้ให้แก่โจทก์ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท และทำบันทึกให้โจทก์มีสิทธิซื้อคืนในราคา ๓,๕๔๐,๐๐๐ บาทเมื่อใกล้ครบกำหนด โจทก์ขอชำระหนี้เงินกู้และให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมบ้านคืนแก่โจทก์ แต่จำเลยบ่ายเบี่ยง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลเพิกถอนการจดทะเบียนซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องและใส่ชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ กับให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินคืนแก่โจทก์
              จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยไม่ได้ประกอบธุรกิจ
ให้กู้ยืมเงิน คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค สัญญาซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องไม่ใช่นิติกรรมอำพราง จำเลยทำบันทึกข้อตกลงเพื่อให้สิทธิโจทก์และนาง ป.ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องคืน ขอให้ยกฟ้อง
                   ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๔) คดีแพ่งที่มีกฎหมายบัญญัติให้ใช้วิธีพิจารณาตามพระราชบัญญัตินี้และพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๔ คำว่า ผู้ขายฝาก หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้ขายตามสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และคำว่า ที่อยู่อาศัย หมายความว่า อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างและหรือที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัยหรือเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย โจทก์อ้างตามฟ้องว่า เดิมโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตามฟ้องซึ่งมีสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านพักอาศัยเลขที่ x/xxx และกู้ยืมเงินจากจำเลยโดยจดทะเบียนขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวอำพรางการกู้ยืมเงิน โดยมีข้อตกลงให้โจทก์และนาง ป. ซื้อคืน ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๙ บัญญัติว่า สัญญาซื้อขายที่อยู่อาศัยที่มีเงื่อนไขจะขายคืน มีคำมั่นว่าจะขายหรือมีสัญญาจะขายคืน หรือเงื่อนไขอื่นในทำนองเดียวกัน ให้ถือว่าเป็นสัญญาขายฝาก และตามมาตรา ๑๑ บัญญัติให้คดีที่มีข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการขายฝากเป็นคดีผู้บริโภคตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคโดยให้ถือว่าผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภค โจทก์จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ส่วนปัญหาว่าสัญญาซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องเป็นนิติกรรมอำพรางการกู้ยืมเงินหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณา เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติ
วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ ตามมาตรา ๓ (๔)
                        วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
                                                                            (นางสุวิชา   นาควัชระ)                                                                                                               ประธานศาลอุทธรณ์