ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์      นางพวงเพชร จันทร์รุ่งแสง                                                          โจทก์           ที่ ๖๑๔/๒๕๖๘                                       นายภัทราวุธ หอกุล                                                                 จำเลย          

                   โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยก่อสร้างบ้านพักอาศัย ๓ ชั้น ตกลงค่าจ้าง ๑๓,๓๐๐,๐๐๐ บาท แบ่งชำระค่าจ้างตามงวดงาน ภายหลังทำสัญญาโจทก์ชำระค่าจ้างให้จำเลยตามที่จำเลยขอเบิก แต่จำเลยทำงานที่รับจ้างล่าช้า เบิกเงินเกินกว่าปริมาณงานก่อสร้าง และละทิ้งงาน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต้องว่าจ้างผู้รับเหมารายใหม่ดำเนินการแทน โจทก์ทวงถามให้จำเลยคืนเงินค่าจ้างส่วนที่เบิกเกินไปและชำระค่าเสียหายแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินค่าจ้างที่เบิกเกินไปและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และว่าจ้างจำเลยก่อสร้างอาคาร ๓ ชั้น รวม ๗ หลัง เพื่อนำออกขายให้แก่บุคคลภายนอก คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์นำผู้รับเหมารายใหม่เข้าทำงานก่อสร้างระหว่างที่จำเลยทำงานที่รับจ้างและผิดนัดชำระค่าจ้าง ขอให้บังคับโจทก์ชำระค่าจ้างที่ค้างชำระพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภคและจำเลยยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยคดีล่วงเลยระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

พิเคราะห์แล้ว พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๘ วรรคสอง บัญญัติว่า การขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาว่าคดีใดเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ไม่ว่าโดยคู่ความเป็นผู้ขอหรือโดยศาลเห็นสมควร ถ้าเป็นการขอในคดีผู้บริโภคต้องกระทำอย่างช้าในวันนัดพิจารณา คดีนี้ศาลแพ่งรับฟ้องเป็นคดีผู้บริโภคโดยกำหนดนัดพิจารณาวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๘ เมื่อถึงวันนัดพิจารณาจำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัย กรณีจึงไม่ล่วงเลยระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างและรับจ้างโจทก์ก่อสร้างบ้านพักอาศัยโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครอง        ผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้นแม้เป็นบุคคลธรรมดา แต่ว่าจ้างจำเลยให้ก่อสร้างบ้านพักอาศัย ๓ ชั้น รวม ๗ หลัง เมื่อโจทก์อ้างตามคำฟ้องว่าจะนำบ้านพักอาศัยดังกล่าวออกให้เช่า พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่า โจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยอันมีมูลจากสัญญาจ้างทำของ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมาย
อันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคพ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)สำหรับฟ้องแย้งของจำเลยซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ ไม่เป็นคดีผู้บริโภคตามนัยมาตรา ๒๑

                   วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์