คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาง น. กับพวก โจทก์
ที่ ๖๒๗/๒๕๖๗ นาย ว. กับพวก จำเลย
โจทก์ทั้งหกฟ้องว่า จำเลยทั้งสิบเอ็ดร่วมกันจัดตั้ง “กลุ่มออมทรัพย์ พ.” ตำบล XXX และเป็นคณะกรรมการกลุ่ม ประกอบกิจการรับฝากเงินและให้กู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยแล้วนำผลประโยชน์ส่วนต่างมาแบ่งเป็นเงินปันผลให้แก่สมาชิก โจทก์ทั้งหกเป็นสมาชิกและฝากเงินไว้กับจำเลยทั้งสิบเอ็ด ต่อมาจำเลยทั้งสิบเอ็ดไม่ได้จ่ายเงินปันผลให้แก่โจทก์ทั้งหกและสมาชิกอื่น เมื่อโจทก์ทั้งหกต้องการถอนเงินที่ฝากไว้ จำเลยทั้งสิบเอ็ดปฏิเสธทำให้โจทก์ทั้งหกได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสิบเอ็ดร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งหก
จำเลยทั้งสิบเอ็ดให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยทั้งสิบเอ็ดยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
โจททั้งหกยื่นคำคัดค้านว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภค ตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยทั้งสิบเอ็ดเป็นคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์ พ. ประกอบกิจการรับฝากเงินและให้กู้ยืมเงินโดยจะจ่ายเงินปันผลให้แก่สมาชิกผู้ฝากเงินซึ่งจำเลยทั้งสิบเอ็ดนำเงินฝากไปแสวงประโยชน์ทางธุรกิจตามวัตถุประสงค์ จึงเป็นการรับจัดทำการงานโดยได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อื่น จำเลยทั้งสิบเอ็ดจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ทั้งหกซึ่งเป็นผู้รับบริการนั้น ไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งหกแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากบริการที่ได้รับอีกต่อหนึ่ง โจทก์ทั้งหกจึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งหกฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสิบเอ็ดร่วมกันชำระหนี้ในมูลฝากเงินตามฟ้อง จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์