ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์       นางสาว น                                                                     โจทก์

ที่ ๖๒๗/๒๕๖๘                                นาย ฮ                                                                                    จำเลย

             โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจให้เช่าบ้าน มีบริษัทฟ.(ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทน จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินพร้อมบ้านกับโจทก์ มีกำหนดเวลาเช่า1 ปี ตกลงชำระค่าเช่าตามอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญา ภายหลังทำสัญญาจำเลยไม่รักษาทรัพย์สินที่เช่าและผิดนัดไม่ชำระค่าเช่า โจทก์จึงให้บริษัทฟ.(ประเทศไทย) จำกัดบอกเลิกสัญญา แต่จำเลยเพิกเฉยยังครอบครองและใช้ประโยชน์ทรัพย์ที่เช่า ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปและส่งมอบทรัพย์ที่เช่าคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย กับชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค

                พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่าง  ผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ให้จำเลยเช่าที่ดินพร้อมบ้านโดยเรียกค่าเช่าเป็นค่าตอบแทน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขายหมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วย และในการให้เช่าที่ดินพร้อมบ้านดังกล่าว โจทก์มีบริษัทฟ.(ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนในการบริหารจัดการ พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่า โจทก์ให้จำเลยเช่าที่ดินพร้อมบ้านโดยเรียกค่าเช่าเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าและอยู่ในฐานะผู้ซื้อนั้นเป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาเช่าที่ดินพร้อมบ้านกับโจทก์เพื่ออยู่อาศัย ไม่ปรากฏว่าจำเลยแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากทรัพย์ที่เช่าอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็น      ผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลสัญญาเช่า จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค      พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์