คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ บริษัท ม ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน โจทก์
ที่ ๖๔๕/๒๕๖๘ นาย ป ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน จำเลย
โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ ประกอบกิจการให้บริการทางกฎหมายและคดีความแก่ประชาชนทั่วไป มีโจทก์ที่ ๒ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนและเป็นทนายความ จำเลยทั้งสองว่าจ้างให้โจทก์ที่ ๑ จัดหาทนายความ และให้โจทก์ที่ ๒ เป็นทนายความแก้ต่างคดีอาญา โจทก์ทั้งสองทำงานที่รับจ้างให้แก่จำเลยทั้งสองแล้ว แต่จำเลยทั้งสองผิดนัดชำระค่าจ้าง โจทก์ทั้งสองทวงถามแล้วแต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าจ้างค้างชำระพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง
จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
โจทก์ทั้งสองยื่นคำคัดค้านว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์ทั้งสองอ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ ประกอบกิจการให้บริการทางกฎหมายและคดีความแก่ประชาชนทั่วไป ส่วนที่โจทก์ที่ ๒ ประกอบอาชีพทนายความ โจทก์ทั้งสองรับจ้างแก้ต่างคดีอาญาให้แก่จำเลยทั้งสองโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์ทั้งสองจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างและอยู่ในฐานะผู้รับบริการนั้นเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง จำเลยทั้งสองจึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองในมูลสัญญาจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคพ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์