ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์       บริษัท อ จำกัด                                                                 โจทก์

ที่ ๖๔๗/๒๕๖๘                               บริษัท ณ จำกัด (มหาชน) ที่ ๑ กับพวกรวม ๕ คน                       จำเลย

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจสื่อโฆษณาทางวิทยุกระจายเสียงและอื่น ๆ จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ต่างเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ เป็นบริษัทในเครือเดียวกัน มีจำเลยที่ ๕ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนในขณะทำสัญญากับโจทก์ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ มอบหมายให้จำเลยที่ ๕ ว่าจ้างโจทก์โฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการของจำเลยทั้งห้าผ่านคลื่นวิทยุ ๑๐๓.๕ FMONE ของโจทก์ ตกลงระยะเวลาในการโฆษณาตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ โจทก์ทำงานที่รับจ้างให้แก่จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ บางส่วนแล้ว ต่อมา
ในเดือนสิงหาคม ๒๕๖๕ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ แจ้งให้โจทก์พักการออกอากาศโฆษณาชั่วคราว โดยไม่ได้กลับมาใช้บริการโจทก์อีกจนครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาและผิดนัดชำระค่าจ้างตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๖๕ ถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๖๕ โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยทั้งห้าเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

     จำเลยทั้งห้าขาดนัดยื่นคำให้การ

                    จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                        โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจสื่อโฆษณาทางวิทยุกระจายเสียงและรับจ้างจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ โฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้นเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัดและบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ว่าจ้างโจทก์โฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการเพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการค้า อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ชำระหนี้อันมีมูลจากสัญญาจ้างทำของ โดยให้จำเลยที่ ๕ ร่วมรับผิดตามฟ้อง  จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคพ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒)ถึง ๓ (๔)

          วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์