คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาง ศ โจทก์
ที่ ๖๗๑/๒๕๖๘ บริษัท อ จำกัด ที่ ๑ กับพวกรวม ๓ คน จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามต่างเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ (บริษัท อส จำกัด) ประกอบกิจการค้าวัสดุก่อสร้าง ใช้ชื่อทางการค้าร่วมกันว่า “SCG HOME” จำเลยที่ ๓ (บริษัท น จำกัด) ประกอบกิจการตลาดกลางซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โจทก์พบโฆษณาในเว็บไซต์ SCG HOME ของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ประชาสัมพันธ์บริษัท ก จำกัด ว่าเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างในเครือของจำเลยทั้งสาม โดยจำเลยทั้งสามร่วมกันเชิดบริษัทโกรโฮม โปรเจ็คท์ จำกัด ให้ทำสัญญาว่าจ้างก่อสร้างกับโจทก์เพื่อก่อสร้างบ้านให้แก่โจทก์ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ตกลงค่าจ้าง ๑๑,๐๕๐,๐๐๐ บาทโจทก์ชำระค่าจ้างให้แก่บริษัท ก จำกัด ๖,๕๐๐,๐๐๐ บาท แล้วแต่จำเลยทั้งสามและบริษัท ก จำกัด ก่อสร้างล่าช้า ต่อมาบริษัท ก จำกัด ทำสัญญาประนีประนอมยอมความยกเลิกสัญญาจ้างและยินยอมคืนเงินให้แก่โจทก์ ๖,๓๐๐,๐๐๐ บาท โดยชำระแล้ว ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท คงเหลือ ๔,๗๐๐,๐๐๐ บาทโจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสามและบริษัท ก จำกัด ชำระแล้ว แต่จำเลยทั้งสามและบริษัท ก จำกัด เพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแพ่งส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
โจทก์ยื่นคำแถลงว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ประกอบกิจการค้าวัสดุก่อสร้าง จำเลยที่ ๓ ประกอบกิจการตลาดกลางซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จำเลยทั้งสามร่วมกันโฆษณาและเชิดให้บริษัท ก จำกัด ทำสัญญาว่าจ้างก่อสร้างบ้านกับโจทก์โดยเรียกค่าจ้างหรือผลประโยชน์อื่นใดเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยทั้งสามจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างเป็นบุคคลธรรมดาและงานที่ว่าจ้างเป็นที่อยู่อาศัยไม่ปรากฏว่าโจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ส่วนปัญหาว่า จำเลยทั้งสามต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณาเมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามในมูลสัญญาจ้างทำของและตัวแทน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์