ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์        นาย ว                                                        โจทก์

ที่ ๖๘๕/๒๕๖๘                                 บริษัท ณ จำกัด ที่ ๑ กับพวกรวม ๓ คน               จำเลย

                  โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ต่างประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเป็นบริษัทในเครือเดียวกันกับจำเลยที่ ๓ โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในโครงการ ณุศา มายโอโซน เขาใหญ่ กับนาย ส ผ่านการดำเนินการของจำเลยที่ ๒ ภายหลังโจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง  มีจำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวกับโจทก์ ตกลงชำระค่าเช่าตามอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญา ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ ๑ ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่า โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                          จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                    จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                     พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ให้จำเลยที่ ๑ เช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยเรียกค่าเช่าเป็นค่าตอบแทนซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขายหมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขาย โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค ส่วนจำเลยที่ ๑ เป็นบริษัทจำกัดจัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างกับโจทก์เพื่อใช้ในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงมิใช่ผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว โจทก์และจำเลยที่ ๑ จึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคต่อกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ในมูลสัญญาเช่า โดยฟ้องจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้ร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณา คดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒)
ถึง (๔)

                   วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์