วินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย พ โจทก์
ที่ ๖๙๔/๒๕๖๘ นาย ว จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยก่อสร้างบ้านพักอาศัย ๒ ชั้น อาคารสโมสรพร้อมระบบวิศวกรรมประกอบอาคารบนที่ดินของโจทก์ และงานเพิ่มเติมคือทาสีป้อมยามและรั้วรอบที่ดิน ตกลงค่าจ้างรวม ๘๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท
แบ่งชำระค่าจ้างตามงวดงาน ภายหลังทำสัญญาโจทก์ชำระค่าจ้างบางส่วนแล้วแต่จำเลยทำงานที่รับจ้างล่าช้า ชำรุดบกพร่องไม่ได้มาตรฐาน เบิกเงินค่าจ้างจากโจทก์เกินกว่าปริมาณงาน ไม่ชำระค่าจ้างแก่ผู้รับเหมารายย่อย และละทิ้งงาน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต้องเสียค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างผู้รับเหมารายอื่นแก้ไขงานที่ชำรุดบกพร่องและก่อสร้างบ้านของโจทก์ต่อให้แล้วเสร็จ โจทก์มีหนังสือทวงถามแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลย
ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ขอให้บังคับโจทก์ชำระค่าจ้างและค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน บริษัท ฟ จำกัด ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง จำเลยรับจ้างโจทก์ก่อสร้างบ้านพักอาศัย ๒ ชั้น อาคารสโมสรพร้อมระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร และงานเพิ่มเติมโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้น
เป็นบุคคลธรรมดา แต่งานที่ว่าจ้างเป็นบ้านพักอาศัย ไม่ปรากฏว่าโจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๒๑
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์