วินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ บริษัท ท จำกัด โจทก์
ที่ ๖๙๖/๒๕๖๘ นาย ส จำเลย
นางสาว ช จำเลยร่วม
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการฟาร์มเลี้ยงสุกร จำเลยทำสัญญาเลี้ยงสุกรขุนแบบประกันราคากับโจทก์ โดยโจทก์ตกลงขายลูกสุกร อาหารสุกร เวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ ให้จำเลยรับไปเลี้ยง เมื่อจำเลยเลี้ยงลูกสุกรให้เจริญเติบโตได้ขนาดตามที่กำหนด จำเลยจะต้องนำมาขายคืนให้แก่โจทก์เพื่อหักทอนบัญชีกัน ระหว่างการเลี้ยงสุกร จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินกับโจทก์เพื่อนำเงินไปใช้หมุนเวียนในการเลี้ยงสุกร ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๙.๕ ต่อปี หากผิดนัดยินยอมชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ภายหลังหักทอนบัญชีแล้ว จำเลยมีหนี้ค้างชำระแก่โจทก์ 6,453,092.86 บาท โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้แล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
ระหว่างพิจารณาจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกนางสาว ช เข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลจังหวัดพิษณุโลกมีคำสั่งอนุญาต
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าโจทก์ประกอบกิจการฟาร์มเลี้ยงสุกร จำเลยที่ 1 ทำสัญญาซื้อขายสุกรขุนประกันราคากับโจทก์ โดยโจทก์ตกลงขายลูกสุกร อาหารสุกร เวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ให้จำเลยที่ 1 รับไปเลี้ยงเมื่อสุกรโตได้ขนาดจำเลยจะต้องนำกลับไปขายให้แก่โจทก์และโจทก์ให้จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินเพื่อนำเงินไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนในฟาร์มเลี้ยงสุกร ภายหลังหักทอนบัญชีค่าใช้จ่ายกันแล้ว จำเลยที่ 1 จะต้องชำระส่วนต่างให้แก่โจทก์ กรณีถือว่าโจทก์เป็นผู้ให้บริการและผู้ขายโจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยเป็นเกษตรกรประกอบอาชีพเลี้ยงสุกร จำเลยทำสัญญารับเลี้ยงสุกรเพื่อขายคืนให้แก่โจทก์และทำสัญญากู้ยืมเงินเพื่อนำเงินไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการเลี้ยงสุกร อันมีลักษณะเป็นการประกอบอาชีพเพื่อดำรงชีพ จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ส่วนปัญหาว่าจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณา เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้อันมีมูลจากการผิดสัญญารับเลี้ยงสุกรและกู้ยืมเงิน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยร่วมซึ่งศาลหมายเรียกเข้ามาในคดีภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๒๑
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์